ตอบ

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

Note: this post will not display until it's been approved by a moderator.

ชื่อ:
อีเมล์:
หัวข้อ:
ไอค่อนข้อความ:

Verification:
Type the letters shown in the picture
Listen to the letters / Request another image

Type the letters shown in the picture:
พิมพ์คำว่า "maejo" เป็นภาษาไทย:

shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


สรุปหัวข้อ

ข้อความโดย: เว็บมาสเตอร์ตัวน้อยๆ
« เมื่อ: กันยายน 24, 2012, 04:41:19 pm »

ขุดให้น้องผึ้งมาต่อ
ข้อความโดย: Oo..Phon..oO
« เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 10:44:53 am »

สวัสดีคะพี่ๆ ฝนต้องขอโทษนะคะหายไปซะนานเลยคะ ไม่ได้เข้ามาเกาะติดข่าวเลยคะช่วงนี้ เพราะวิชาสัมนาเลยหละคะคุงพี่ รอบนี้เต็มๆคะอาจารย์เจี๊ยบให้สัมนาพรีเซ้นเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อนแต่ละคนก็เครียดเหมือนกันหมดคะ ฝนยิ่งเครียดกว่าคนอื่นเค้าคะ ฮ่าๆเพราะแค่ให้แปลก็จะไม่รอดแล้วหละคะ

พี่ผึ้งคะสังคณาญาตินู๋ยิ่งแล้วหละคะ ฮ่าๆ แต่ว่าข้อมูลที่คุงพี่เล่าให้ฟังฝนว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่ดีมากกับคนที่เค้ายังพอจะมีโอกาสที่จะไปคะ สำหหรับคนที่ครอบครัวของเค้าพร้อมหละคะ ฝนนะคะขนาดตอนนี้เรียนป.ตรีที่แม่โจ้ยังปั่นจักรยานไปเรียนเลยคะ ยากจนมากมายคะ 55 อยากจะขอทุนไปเรียนนอก ความรู้ที่มีจะไปแข่งกะเค้านี้ก็ยากยิ่งกว่าคะ ที่เรียนอยู่นี้เกรดก็ได้นิดเดียวคะสองกว่าๆเองคะ ตอนนี้ฝนก็อาศัยช่วยงานแล็ปอาจารย์น้ำฝนคะ ตรวจหาเชื้อในตัวอย่างดินคะ ตัวอย่างนี้ได้จากอาจารย์วิศวะมาคะ ฝนถ้าไม่ได้อาจารย์น้ำฝนช่วยนะคะคงไม่มีสตางค์เรียนแม่โจ้ได้ขนาดนี้หละคะ ฝนรักเหมือแม่เลยหละคะ

ชีวิตต้องสู้คะ ถ้าอนาคต บุญนำพาวาสนาส่งได้ไปต่างประเทศก็คงจะดีคะ เหนื่อยไม่กลัวกลัวไม่ได้ไปอะคร่า ยังรอผู้ใจดีอุปถัมภ์อยู่คะ ฮ่าๆ

พี่ผึ้งคะ.....ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ อยู่ที่นั่นไม่ค่อยอบอุ่นเหมือนบ้านเรา งั้นฝนส่งความอบอุ่นไปให้นะคะ n_n Take care Naka>>>
พี่ๆทุกคนด้วยนะคะ น้องๆคิดถึง^_____^คะ.............

อันเรื่องรหัสของพวกนู๋นี้ยาวได้ใจจริงๆอะคะ ฮ่าๆตอนนี้ของน้องปี1 นี่ ถึง 53031033xx แล้วคะ


ต้องขอตัวลาแล้วนะคะ งานที่แล็ปจุลอีกเพียบคะ สวัสดีคะพี่ๆ ฝนจะเข้ามาเกาะติดสถานการณ์ใหม่นะคะ ปล.พี่ผึ้งคะส่งรูปสวยๆของพี่ผึ้งมาฝากด้วยนะคะ ต้องมีพี่ผึ้งเป็นนางแบบด้วยนะคะ อิอิ
                                                                        8)
ข้อความโดย: aomjaimju51
« เมื่อ: ธันวาคม 16, 2010, 11:30:47 am »

ดีมากเลยที่เอามาแจม  พี่ก็คนหนึ่งที่อยากส่งลูกไปหาประสพการณ์ด้านภาษา แต่พี่ตั้งเป้าไว้ที่ บริสเบน (Brisbane) และ ร็อกแฮมป์ตัน มันถูกดี และก็คุ้นเคยหน่อย เพราะเคยไปอยู่ในช่วงสั้นๆกับคุณสามี  แต่ดูๆแล้วงานที่นั่นหายากเหมือนกันเป็นงานฟาร์มเสียส่วนใหญ่ ไม่ทราบน้องๆมีใครอยู่แถวนั้นบ้าง เผื่อจะหาที่ฝึกงานให้ลูกในอนาคต
ข้อความโดย: 41@20
« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2010, 08:13:01 pm »

รหัสของน้องฝนนี่ปวดใจจริง ๆ ครับ ทำไมมันยาวอย่างงี้ รุ่นผม 8 ตัวก็ยาวแร้วววว

+10 พี่ผึ้ง28 : แล้วมาเล่าต่อนะครับ
ข้อความโดย: PrinCessYuYu
« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2010, 03:21:02 pm »

ขอบใจมากจ้ะสาวน้อย..พี่ก็จะเป็นกำลังใจให้หนูเหมือนกันนะคะ
ตั้งใจเรียนเผื่อชิงทุนไปเรียนนอกได้^^; สู้ๆ ค่าน้องฝน

----------------------------------------------------------------------------

แถมเรื่องวงเงินที่ใช้ในการโชว์อีกนิดนึงนะคะ... :P

คือ ที่บอกว่าควรมีเงินโชว์เงินหลายๆ แสน จริงๆ แล้ว
เราสามารถใช้เงินของวงศาคณาญาติเรา มารวมๆ กันได้ด้วยนะคะ...เช่น
เอาเงินในบัญชีของน้า อา ลุง ป้า ตา ยาย ปู่ ย่า หรือ แม้แต่พี่เขย หรือ น้าเขย
ใช้รวมๆ กันได้นะคะ แค่โชว์ตัวเลขในบัญชีเฉยๆ อ่ะค่ะ ไม่ต้องโอนเข้าบัญชีเราก็ได้
ใช้บัญชีเค้าไปเลยค่ะ

เพื่อให้ทางสถานฑูตออสเตรเลียรับรู้ว่าเรามีแหล่งสนับสนุนทางการเงินของเรา
ที่เมืองไทยมีเพียงพอและรองรับกับระยะเวลาที่เราขอวีซ่าไปอยู่ที่นั่นอ่ะค่ะ
คือเค้าต้องการ make sure (ให้มั่นใจค่ะ) ว่าเราจะไม่ไปหลบวีซ่าที่นั่น (Robinhood)
เพราะเรื่องของเรื่องคือ คนไทยสร้างชื่อไว้เยอะค่ะ เลยมีข้อแม้เยอะกว่าชาติอื่นหน่อย...อิอิ :o

สรุปแล้วนะคะ  คร่าวๆ....

     
ค่าใช้จ่ายกินอยู่เริ่มต้นประมาณ 4 - 5 หมื่นบาทก็ยังโอเคนะคะ อยู่ได้2-3เดือนค่ะ 
ไว้หางานทำที่โน่นแล้วเริ่มเก็บเงินที่นู่นก็ได้ค่ะ เพราะงานช่วงหลังตุลา..หาง่ายขึ้นมากค่ะ
ไม่น่าจะเดือดร้อนนะคะ

ก็หมายความว่า เราสามารถมีเงินติดตัวไปออสได้ด้วยจำนวน 4-5 หมื่นบาทค่ะ
(ไม่นับค่าคอร์สเรียนนะคะ แค่ค่ากินอยู่...) เพราะค่าคอร์สเรียนรวมกับค่าวีซ่าและค่าประกันสุขภาพ 1 ปี
จะตกอยู่ประมาณ (ที่ถูกสุดๆ นะคะ) ราวๆ 125,000 บาทค่ะ (วีซ่านักเรียน 2 ปี นะคะ) ก็คือ เราควรมีทุน
อยู่ประมาณ 200,000 บาท กับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในออสเตรเลียค่ะ (เพราะจำนวนเงินโชว์ไม่เกี่ยว)
โชว์เงินเสร็จเมื่อ วีซ่าผ่านแล้วก็เอาบัญชีคืนเจ้าของบัญชีไปตามเดิม เป็นอันว่า จบค่ะ...ไม่มีอะไรเลย

แต่ต้องอดทนมากๆ นะคะ เพราะที่ไหนๆ ก็ไม่เหมือนบ้านเรา...อดทนค่ะ
แล้วเราจะอยู่รอดด้วยตัวเราเอง  เท่าที่ทราบก็ตามที่เขียนไว้ค่ะ
ใครที่พอมีความรู้ดีดีอัพเดทเพิ่มเติมได้นะคะ .... 8)
ข้อความโดย: Oo..Phon..oO
« เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 07:17:28 pm »

  :-[
ข้อความโดย: Oo..Phon..oO
« เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2010, 07:04:13 pm »

สวัสดีคะพี่ๆ ชาวFood - Tech ทุกท่าน ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่อฝนคะ รุ่นน้อยนิด FT รุ่น24คะพี่ๆ การใช้ชีวิตในต่างแดนของพี่ผึ้งน่าสนุกดีนะคะ ท้าทายดีคะ
ฝนอยากไปต่างประเทศเหมือนคุงพี่มากเลยคะ (ความใฝ่ฝันอันสูงสุด ฮ่าๆ) แต่ก็เป็นเรื่องยากสำหรับฝนมากเลยคะ ไหนเงินที่คุงพี่บอกว่าต้องมีเป็นแสนแสนคะ และเรื่องเรียนที่นั้นคงไม่ไหวคะ เรื่องทรัพย์นี่เป็นเรื่องใหญ่จริงๆคะสำหรับนู๋ ต้องมีคนอุปถัมนู้นแหละคะถึงจะได้ไปกะเค้า (ไม่มีแน่นอนคะ จำเป็นต้องเลิกคิดว่าไปได้โดยปริยายคร่า เศร้า หุหุ) อยากไปทำงานจะดีกว่าคะเรื่องภาษาถ้าได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นคงทำให้พูดภาษาประเทศเค้าได้บ้างคะ ฝนไม่ได้มีโอกาสไปจะรอฟังข่าวคราวจากคุงพี่นะคะ จะเกาะติดสถานการณ์ และเป็นกำลังใจให้พี่มีแรงเรียน และทำงานนะคะ สู้ๆคะ เด็กฟูดสวยคะ อิอิ ฝนน่าจะทันได้เจอพี่ๆนะคะ จะได้สนิทกันรู้จักกันมากกว่านี้คะ ยังไงฝนก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกะพี่ๆ ฟูดทุกท่านด้วยนะคะ ยังอ่อนหัดอยู่คะ รักและเคารพพี่ๆ น้ำฝน 5003103328 
ข้อความโดย: PrinCessYuYu
« เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 03:24:32 am »

อืม...โดนจิกให้มาเขียนต่อ(เหอ เหอ เหอ...อ่ะล้อเล้นค่าคุณพี่!!) 555+
มะกี้ว่าจะลงรูป โอ้ทะเลแสนงามให้ดูกันซะหน่อย  เจ้ากรรม..out trend!!
ลงไม่เป็นง่ะ วะ ฮ่ะ ฮ่า...จึงอดเห็นโดยทั่วกัน  คริ คริ...

งั้นมาเม้าท์ต่อเรื่องอาหารการกินของคนที่นั่งตรงนี้ดีม๊ะ?! (ซิดนีย์ไงเคอะ..อิอิ)

เรื่องการกินของคนที่นี่ ถ้าเป็นช่วงเวลา Day time เค้าค่อนข้างที่จะเร่งรีบค่ะ
จึงไม่เน้นความหรูหรา หรือรอคิวเป็นเวลานานๆ เพราะว่าต้องรีบกลับไปนั่งทำงานต่อ
ในออฟฟิศนั่นเอง..ส่วนใหญ่เค้าจะกินอะไรที่ง่ายๆ เช่น McDonald , Sushi(pack) ,
instant noodle(มาม่าน่ะค่ะ เค้าเรียกกันแบบนี้นะคะคุณผู้อ่าน)

 - วันละนิด อังกฤษเข้มแข็ง อิอิ

อ๊ะ อ๊ะ!! อย่าคิดว่าฝรั่งไม่กินนะคะ อันว่ามาม่าเนี่ย...แก้หิวก็กินได้หมดค่ะ วัฒนธรรมซึมซับ
เพราะสมัยนี้คนเอเชียได้มีโอกาสร่วมทำงานในออฟฟิศใหญ่ๆมากขึ้น พอเพื่อนร่วมงานกิน
กลิ่นยั่วยวนใจ อยากกินตามเพื่อน ประมาณนั้นเลยค่ะ เหอ เหอ เหอ(ชอบเลียนแบบอ่ะเนอะ)

ก็มีพวก Kebab(เค บาบ) ของชาติตุรกีค่ะ เป็น roll แป้งค่ะ แผ่นบางเหมือนโรตีแต่ไม่หวานนะคะ
ใส่ไส้เป็นเนื้อ หรือไก่ ที่เสียบย่างอุ่นๆ ไว้ตลอดเวลาค่ะเราเลือกได้ค่ะว่าจะเอาไก่หรือเนื้อ..
รสชาติเนื้อย่างใช้ได้ทีเดียวแต่ว่าเป็นไขอ่ะค่ะ..กลิ่นชีสก็แรงนิดหน่อยค่ะ แต่ก็ไม่เท่าอาหารอินเดีย...
ไส้ของเค้าก็มีพวกผักกาดแก้ว มีแครอท หอมหัวใหญ่ พริกหยวก ผักขม(Spinash) น่ะค่ะอีกมากมาย
 ก็มีชีสด้วย.เยอะแยะ ราดซอสเฉพาะสูตรเค้าอ่ะค่ะ แล้วก็ม้วนๆ เป็น roll ออกมาขาย..ซึ่งก็หมายความว่า
 :-*คนซื้อสามารถเลือกผักและเนื้อที่เราอยากกินเองได้ค่ะ รวดเร็ว และได้กินสิ่งที่ชอบ...

อีกอันนึงเรียกว่า Subway ค่ะ อันนี้เป็นขนมปังแบบสอดไส้คล้ายๆ กับ kebab แต่ขนาดจะใหญ่และ
ยาวกว่านะคะ..(หึหึ..ห้ามคิดลึกทีเดียวเชียว!) เป็นสไตล์ของยุโรปค่ะ ฝรั่งเข้าเยอะ
แต่แขกบริหาร 555+ เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่น แต่เกาหลีบริหารไงคะ 555++ (จริง จริ๊ง!!)

ยอดฮิตพี่ไทยเราก็ยังติดอันดับนะคะ เป็นร้าน Take-away สำหรับสั่งแล้วรอรับอาหารใส่กล่อง
เหมือนข้าวกล่องบ้านเราอ่ะค่ะ มีแบบตักราด และแบบตามสั่ง เหมือนบ้านเรานะคะ คนเยอะใช้ได้
(ถ้าทำอร่อยจริงอ่ะนะ...เหอ เหอ เหอ) บางร้านก็บอกว่า Thai food แต่บริหารโดยคนมาเลเซีย
(อีกแว้ว...หุหุ) รสชาติอาการก็อาจเพี้ยนไป...แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหนอ่ะค่ะ

อันนี้เอามื้อเที่ยงไปอ่านเล่นก่อนเนาะ...อิอิ...มื้อเย็นค่อยว่ากันค่า...เริ่มหิวซะงั้น..555++
รักษาสุขภาพนะคะชาวฟู้ด....
ข้อความโดย: PrinCessYuYu
« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2010, 11:55:17 am »

หวัดดีจ๊าน้องผึ้ง
นี่ไปอยู่เปนจิงเปนจัง ไม่กลับบ้านกลับช่องเลยหรอจ๊ะ
พี่ก้อมีความคิดอยากไปมานานนม แต่ก้อยังไม่กล้าตัดสินใจซะทีเดียว
อายุพี่ก้อมากแย้ว จะเปนปัญหากะวีซ่านักเรียนและทำงานอ่ะป่าวนิ

ไปลุยเองได้เลยป่าวหรือว่าต้องติดต่อเอเจนต์ให้เค้าพาไปอ่ะ
ลองแนะนำข้อมูลที่ควรศึกษาและทุนเริ่มต้นหน่อยสิ แล้วกี่ปีจะคุ้มทุนประมาณนี่อ่ะ เพื่อจะแนะนำทางสว่างให่พี่ได้บ้าง อิอิ
แท๊งกิ้วววว

@คุณพี่...เรื่องวีซ่านักเรียนค่ะ อายุเท่าไหร่ก็ไปเป็นนักเรียนได้นะคะ ขนาด 50+
ยังไปเป็นนักเรียนเลยค่ะ แนะนำค่ะว่าถ้าจะไปจริงๆ ควรใช้บริการ agent เพราะว่าเค้าสามารถ
จัดการเรื่องส่วนลดค่าคอร์สเรียนให้เราได้ด้วยค่ะ และสามารถเป็นที่พึ่งเราเมื่อมีปัญหาอื่นอีกเพียบ!!

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายนะคะ อยู่ที่ระยะเวลาที่เราขอวีซ่าค่ะ คือ ถ้าเราจะไปเรียนภาษา แค่ 6 เดือน
ควรมีเงินโชว์ในธนาคารย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 3-6 เดือน (ไม่แน่ใจนะคะ)แต่เงินหมุนในบัญชี ควรอยู่ระหว่าง 1 แสน - 1.5 แสนค่ะ อาจจะขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวไปเรียนก็ได้ค่ะอายุวีซ่าอาจได้ 6 เดือน หรือ 1 ปี
ตามที่สถานฑูตเห็นสมควรค่ะ (แต่ข้อเสียของวีซ่าท่องเที่ยวคือ เราไม่สามารถทำเรื่อง
ต่ออายุวีซ่าที่ออสเตรเลียได้ ต้องกลับไปทำที่ไทยเท่านั้น!! นะคะ)

อีกตัวเลือกหนึ่งคือ วีซ่านักเรียน อันนี้ bank statement ในบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน ไม่ต่ำกว่า 8 แสนค่ะ
แต่ได้วีซ่ายาว 2 -3 ปีแล้วแต่คอร์สที่เราจะลงเรียนค่ะ เป็นคอร์ส Diploma อนุปริญญาค่ะ ปกติจะได้ 2 ปี
6 เดือน (รวมเรียนภาษา 6 เดือน) ตัวนี้ยอ่งมีโชว์เยอะยิ่งง่ายค่ะ แต่ถ้าเงินโชว์เยอะ
มาก..เค้าอาจจะมีการสัมภาษณ์ที่มาของเงิน เช่น ครอบครัวประกอบอาชีพอะไร มีรายได้ทางไหนบ้าง

แต่น้อยคนที่จะโดนสัมภาษณ์ค่ะ แล้วถ้าเราจบที่ไทยนานแล้วและมีประสบการณ์ทำงานมาด้วย
ให้เขียนเป็นจดหมาย เล่าให้เค้าอ่านค่ะว่าเราทำงานอะไรที่ไหน แล้วขอใบผ่านงานมาด้วยยิ่งดีมากค่ะ
เพิ่มความมั่นใจว่าเรามีความรู้ ไม่ได้ไปทำงานอย่างว่า..อะไรทำนองนั้นค่ะ (อาจดูว่าแรง...แต่ฝรั่งคิด
จริงๆ ค่ะคุณพี่ขา...) พร้อมแนบ จม.เหตุผลที่ทำไมถึงอยากไปเรียนต่อที่ประเทศนี้ (ยอเต็มที่เลยค่ะ..
อิอิ)

รายละเอียดที่มากกว่านี้ก็เรื่องราคาค่าเรียน (ต้องประสานเอเจ้นต์แล้วค่ะ เพราะแต่ละที่เรียน
ราคาต่างกัน...เอเจ้นต์ช่วยแนะนะเราได้ค่ะ) >>> หนูไม่ได้ทำเอเจ้นต์นะคะ ไม่มีชาร์จ  อิอิ

ถามว่ากี่ปีคุ้มทุน อันนี้ตอบยากค่ะ เพราะว่างานมีหลากหลาย เรทต่อชม.ก็ต่างกันไป ไหนจะต้อง
ไปเรียนอีก..จะเหนื่อยหน่อยนะคะ เอาเป็นว่าขึ้นอยู่กับความขยันละกันค่ะ ขยันมากก็มีเก็บมาก..

ถามว่าถ้ามีงานดีดีทำแล้ว ก็อยู่ที่ไทยดีกว่านะคะ เหนื่อยเหมือนกัน
แต่ถ้าเงินไม่พอใช้ มาอยู่ที่นี่ก็โอเคอยู่ค่ะ แต่ต้องฝึกความอดทนให้มากๆ เลยค่ะ

ทนทั้งเรื่องงาน เรื่องบ้าน เรื่องเพื่อน เรื่องเหงา เรื่องความเป็นส่วนตัว อีกมากมายค่ะ
มีอะไรอยากรู้อีก  ถามได้นะคะ ถ้ารู้จะตอบกลับหมดเปลือกค่ะ ยินดีๆๆๆ
ข้อความโดย: catcat_fah
« เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2010, 10:34:07 pm »

กด 1 เจ้า *-*
ข้อความโดย: pomzang
« เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2010, 10:25:41 am »

เป็นข้อมูลที่ดีมากมาย เพี่ยนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน....

รักษาสุขภาพโตยเน้อ...

ละก่อไปลืม ปิ๊กมาเลี้ยงคุงเพี่ยนนนนนนนนนนนนนนน คนนี้โตยเน่อ....

หนัก แสน จะเหนื่อย... เฮ้ย... เหนื่อย แสนจะหน่าย...
แต่ก็อย่าเพิ่งท้อ.... นี่ไง... มีเพี่ยน ๆ เยอะแยะเลย...

เข้ามาเป็นกำลังใจให้นะ....
ข้อความโดย: sukontip
« เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2010, 09:47:31 am »

หวัดดีจ๊าน้องผึ้ง
นี่ไปอยู่เปนจิงเปนจัง ไม่กลับบ้านกลับช่องเลยหรอจ๊ะ
พี่ก้อมีความคิดอยากไปมานานนม แต่ก้อยังไม่กล้าตัดสินใจซะทีเดียว
อายุพี่ก้อมากแย้ว จะเปนปัญหากะวีซ่านักเรียนและทำงานอ่ะป่าวนิ

ไปลุยเองได้เลยป่าวหรือว่าต้องติดต่อเอเจนต์ให้เค้าพาไปอ่ะ
ลองแนะนำข้อมูลที่ควรศึกษาและทุนเริ่มต้นหน่อยสิ แล้วกี่ปีจะคุ้มทุนประมาณนี่อ่ะ เพื่อจะแนะนำทางสว่างให่พี่ได้บ้าง อิอิ
แท๊งกิ้วววว
ข้อความโดย: PrinCessYuYu
« เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2010, 03:42:49 am »


ชะอุ๊ย!!! แหมๆๆ มีคนมาร่วมกันกดซะขนาดนี้...ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่งค่ะ งั้นก็ขอต่อเลยนะคะ

เรื่องหาบ้าน..ที่ซิดนีย์นับว่าเป็นอีกเรื่องนึงที่น่าลุ้นจริงๆ ค่ะ เพราะเราจะต้องมีดวง
เข้ามาช่วย...หมายถึงว่าตอนไปถึงถ้าเรายังไม่มีคนรู้จัก หรือบ้าน Home stay รองรับ
แล้วล่ะก็....นั่นหมายถึงเราต้องหาบ้านตามเสาไฟแดงค่ะ (เรื่องจริงนะเคอะ คุณผู้ชม..อิอิ)
เพราะว่าเค้าจะติดป้ายกระดาษแผ่นเล็กๆ สำหรับคนที่เค้า Sign บ้าน** อยู่ในราคาแพง
แล้วต้องการหาคนเพิ่มเพื่อเข้าไปร่วมแชร์จ่ายค่าบ้านน่ะค่ะ

**Sign บ้าน = การทำสัญญาเช่าบ้านในระยะเวลาตามตกลงกับเจ้าของบ้านหรือเรียกอีกอย่างว่า
   Land lord,, ถ้าเจ้าของบ้านเป็นหญฺิงเรียกว่า Land lady นะคะ ตัวเธอ..(อังกฤษวันละคำ อิอิ)

แต่ ณ วันนี้....เราได้มีเว็ปไซต์สำหรับคนไทยที่อยู่ที่ซิดนีย์แล้วค่ะ ก็จะมีการประกาศ(ช่วย)หาบ้าน
ละก็มีประกาศ(ช่วย)หางานให้กับคนไทยที่ไม่รู้จะไปหางานที่ไหนแล้วอ่ะค่ะ งานมีหลากหลายมากขึ้น

ที่สำคัญตอนนี้คือ ให้คุณๆ ทั้งหลายตั้งใจฝึกฝนภาษาอังกฤษให้เป็นนิจค่ะ มันเป็นตัวสำคัญที่ทำให้เรา
ไม่ต้องทำงานเหนื่อยออกแรงเยอะ...เพราะว่าถ้าภาษาเราดี งานง่ายๆ จะตามมาเองค่ะ Confirm!!


อ้อ...ถ้าคิดจะบินไปซิดนีย์...ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะเป็นช่วงเดือน ตุลาคม ไปจนถึง พฤษภาคม ค่ะ
เป็นช่วงที่หางานได้ง่ายหน่อย เพราะถ้าเข้าฤดูหนาวแล้วล่ะก็...งานก็หด (หนีหนาวมั้งคะ..หึหึ)
จริงๆ แล้วฤดูหนาวน่ะ คนเค้าไม่ค่อยออกจากบ้านไปไหนกันน่ะค่ะ เศรษฐกิจมันไม่ค่อยกระเตื้อง
เพราะมันหนาวเหน็บเลยค่ะ ชนิดที่เรียกว่ากินเบียร์ไม่ต้องแช่เย็นอ่ะ (เหอ เหอ) ยิ่งกว่าเราไป
ค้างแรมบนดอยอินท์กันอีกนะ..จะบอกให้..

ที่นั่นมีลมกระโชกแรง เพราะอยู่ติดกับทะเลฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกค่ะ มีคลื่นสูงและลมแรง แถมความคิดถึงเป็นหย่อมๆ (เย้ย!!..คนละเรื่องแระ..หุหุ) ก็เลยมีกีฬาที่เค้าเรียกกันว่า "WindSurf" น่ะค่ะ
คิดว่าคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว...อยากเล่น Surf กันป่าว?? มาซิดนีย์สิคะ...มามะ  มามะ..(หุหุ)
มากัดก้อนเกลือกินด้วยกันเถอะ...กร๊ากกกกก!!!!!

พูดถึงเรื่องทะเลนะคะ  บ้านเราสวยกว่าเยอะนะ แต่ว่าวิวสดที่นี่ แจ่มเว่อร์!!! เหอ เหอ เหอ \\*q*//
ถ้ามีโอกาสจะฝากรูปแจ่มๆ ซักใบนึงให้ได้ยลกัน  คริ คริ....อ่าๆๆ ใครอยากได้กด 3 พร้อมส่งชื่อและที่อยู่เมล์แปะไว้โลด!!!! 555++ ใครอยากอ่านต่อ กด 1 

ข้อความโดย: aor
« เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2010, 09:19:10 pm »

เอา 1 ไปร้อยครั้งเลยค่ะพี่น้ำผึ้ง อยากไปมั่ง
ข้อความโดย: blueboo
« เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2010, 09:10:56 pm »

 กด 1 ค่ะ มีในความคิดเหมือนกันค่ะ ว่าอยากไป เรียนด้วย ทำงานด้วย เก็บตังค์กลับบ้าน อะไรอย่างนี้ แต่ตอนนี้ยังจิตนาการ ไม่ออกค่ะว่าจะไปเช่าอยู่ไง  หางานยังไง  อย่างไรก็ข้อคำแนะนำด้วยนะค่ะ :) :)